ข่าวสารประกาศ

คู่มือวัยเก๋ารู้ทันภัยไซเบอร์รู้ทันกลโกงออนไลน์ ปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
พฤหัสบดี ที่ 16 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2569
คู่มือวัยเก๋ารู้ทันภัยไซเบอร์รู้ทันกลโกงออนไลน์ ปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
ทุกวันนี้ เพียงเสียงโทรศัพท์หนึ่งสาย หรือข้อความหนึ่งข้อความ อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้น
ของการสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตได้โดยไม่รู้ตัว มิจฉาชีพในยุคดิจิทัลไม่ได้ใช้เพียงการข่มขู่หรือหลอกลวงแบบเดิม
อีกต่อไป แต่มีการปรับเปลี่ยนวิธีการให้แนบเนียนและสมจริงมากขึ้น ทั้งการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตํารวจ
ธนาคาร คนรู้จัก หรือแม้แต่การเข้ามาพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ผ่านโลกออนไลน์ เพื่อหลอกเอาเงิน
ข้อมูลส่วนตัว หรือทรัพย์สินจากผู้เสียหาย
ปัจจุบันผู้สูงอายุจํานวนมากเริ่มใช้สมาร์ตโฟนและสื่อออนไลน์ในชีวิตประจําวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
การพูดคุยกับลูกหลาน ซื้อสินค้าออนไลน์ ติดตามข่าวสาร หรือทําธุรกรรมทางการเงิน แม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่ม
ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็ทําให้ผู้สูงอายุกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายสําคัญของ
อาชญากรรมทางไซเบอร์
อาชญากรรมไซเบอร์ (Cyber Threat) คือ การกระทําหรือความพยายามเข้าถึงข้อมูล ระบบ หรือ
ทรัพย์สินของผู้อื่นผ่านช่องทางออนไลน์โดยมิชอบ เพื่อหลอกลวงหรือสร้างความเสียหาย ซึ่งในปัจจุบัน
มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลงทุน หลอกขายสินค้าออนไลน์ ไปจนถึง
การใช้ความสัมพันธ์และความสงสารเป็นเครื่องมือในการหลอกเอาเงิน สิ่งสําคัญคือ มิจฉาชีพมักไม่ได้อาศัย
เพียง เทคโนโลยีในการหลอกลวง แต่อาศัย จิตวิทยา เข้ามาเป็นเครื่องมือสําคัญ ทั้งการสร้างความกลัว
ความรีบเร่ง ความไว้ใจ หรือความหวัง เพื่อให้เหยื่อตัดสินใจผิดพลาดโดยไม่ทันตั้งตัว
ดังนั้น การรู้เท่าทันกลวิธีของมิจฉาชีพ จึงถือเป็นเกราะป้องกันสําคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยง
จากภัยออนไลน์ และช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
อาชญากรรมไซเบอร์ ๖ รูปแบบ ที่มิจฉาชีพนิยมใช้หลอกลวงผู้สูงอายุ
๑. หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์
มิจฉาชีพมักสร้างเพจปลอมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยนําภาพสินค้าจากร้านค้าจริงมาใช้ แล้วตั้ง
ราคาถูกกว่าท้องตลาด เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังใช้ข้อความเร่งรัด เช่น โปรโมชั่นวัน
สุดท้าย หรือ สินค้าเหลือจํานวนจํากัด เพื่อให้รีบตัดสินใจซื้อโดยไม่ทันตรวจสอบ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอน
เงินเข้าบัญชีส่วนตัว มิจฉาชีพจะปิดเพจหรือปิดช่องทางการติดต่อทันที ทําให้ไม่ได้รับสินค้าและไม่สามารถ
ติดตามตัวได้ตัวอย่างเช่น
(๑) ใช้ของราคาถูกล่อใจ
(๒) สร้างความเร่งรีบให้รีบตัดสินใจ
(๓) ตอบแชทสุภาพ สร้างความน่าเชื่อถือ
(๔) หลอกให้โอนเงินก่อนตรวจสอบร้านค้า
2. หลอกลงทุน
มิจฉาชีพมักอ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ชักชวนลงทุนผ่านไลน์หรือเฟซบุ๊ก พร้อมโชว์ภาพ
กําไร รีวิว หรือบัญชีปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในช่วงแรกอาจให้ถอนกําไรได้จริง เพื่อสร้างความไว้ใจ
ก่อนชักชวนให้ลงทุนเพิ่มทีละมาก ๆ โดยอ้างว่าเป็น โอกาสพิเศษ หรือ ลงทุนรอบสุดท้าย และสุดท้ายเมื่อเหยื่อ
โอนเงินจํานวนมาก มิจฉาชีพจะเริ่มติดต่อไม่ได้ และปิดช่องทางหนีทันทีตัวอย่างเช่น
(๑) สร้างภาพเป็นผู้เชี่ยวชาญ
(๒) ใช้รีวิวและกําไรปลอม
(๓) ให้ได้ผลตอบแทนจริงในช่วงแรก
(๔) หลอกให้ลงทุนเพิ่มเรื่อย ๆ
/3. หลอกให้รัก...
- ๒ -
3. หลอกให้รัก (Romance Scam)
มิจฉาชีพมักใช้รูปโปรไฟล์ปลอม เช่น ทหาร แพทย์ นักธุรกิจ หรือชาวต่างชาติ เข้ามาพูดคุยตีสนิท
ผ่านแอปพลิเคชันแชทในช่วงแรกจะพูดจาเอาใจ ใส่ใจ และติดต่อสม่ําเสมอ เพื่อสร้างความผูกพันทางจิตใจ
เมื่อเหยื่อเริ่มไว้ใจ จึงเริ่มอ้างปัญหาต่าง ๆ เช่น ป่วย อุบัติเหตุ เงินไม่พอ หรือส่งของมาให้แต่ติดค่าศุลกากร
พร้อมขอให้โอนเงินช่วยเหลือ หลายคนสูญเงินจํานวนมาก เพราะเชื่อว่ากําลังช่วยเหลือคนที่รักและไว้ใจ
ตัวอย่างเช่น
(๑) สร้างตัวตนปลอมให้น่าเชื่อถือ
(๒) ใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์
(๓) ทําให้เหยื่อรู้สึกสําคัญ
(๔) ใช้อารมณ์และความสงสารหลอกเงิน
4. หลอกให้กลัว หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์
หนึ่งในภัยไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายมากที่สุด คือ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตํารวจ ธนาคาร
หรือหน่วยงานราชการ มิจฉาชีพมักโทรศัพท์มาแจ้งว่า ผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน บัญชีผิดกฎหมาย
หรือทุจริตเงินสวัสดิการ พร้อมใช้ข้อมูลส่วนตัวจริง เช่น ชื่อ–นามสกุล หรือเลขบัตรประชาชน เพื่อสร้าง
ความน่าเชื่อถือจากนั้นจะเร่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี หรือส่งเอกสารปลอมที่มีตราครุฑผ่านไลน์
เพื่อให้เกิดความกลัวจนรีบทําตามโดยไม่ทันตรวจสอบ ตัวอย่างเช่น
(๑) แอบอ้างหน่วยงานรัฐ
(๒) ใช้ข้อมูลจริงสร้างความน่าเชื่อถือ
(๓) ใช้ความกลัวและความกดดัน
(4) เร่งให้รีบตัดสินใจทันที
5. หลอกขายยา อาหารเสริม และประกันสุขภาพ
มิจฉาชีพมักโฆษณาอาหารเสริมหรือยารักษาโรคผ่านเฟซบุ๊ก ยูทูบ หรือไลน์ โดยกล่าวอ้างว่า
สามารถรักษาโรคเรื้อรังได้ พร้อมใช้ภาพบุคคลแต่งกายคล้ายแพทย์ หรืออ้างผลวิจัยทางการแพทย์ปลอม
บางกรณียังใช้รีวิวปลอมจากผู้สูงอายุ และโปรโมชั่นจํากัดเวลา เพื่อเร่งให้รีบซื้อทันที เมื่อได้รับสินค้า อาจเป็น
สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีเลข อย. หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตัวอย่างเช่น
(๑) ใช้ความกังวลเรื่องสุขภาพเป็นจุดอ่อน
(๒) แอบอ้างบุคลากรทางการแพทย์
(๓) ใช้รีวิวปลอมสร้างความน่าเชื่อถือ
(๔) เร่งให้รีบซื้อผ่านโปรโมชั่นพิเศษ
6. หลอกรับสวัสดิการผู้สูงอายุ
มิจฉาชีพมักส่ง SMS หรือข้อความไลน์แอบอ้างเป็นหน่วยงานราชการ แจ้งว่าผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับ
เงินช่วยเหลือเพิ่มเติม หรือได้รับสิทธิเบี้ยยังชีพเพิ่ม ในข้อความจะมีลิงก์ปลอมให้กด ยืนยันสิทธิหรือ
อัปเดตข้อมูล เมื่อกดเข้าไปจะให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัญชี หรือรหัส OTP บางกรณีอาจอ้างว่าต้องโอน
ค่าธรรมเนียมก่อนรับเงิน สุดท้ายผู้เสียหายอาจสูญเสียเงินในบัญชี หรือข้อมูลส่วนตัวถูกนําไปใช้ในทางทุจริต
ตัวอย่างเช่น
(๑) แอบอ้างโครงการช่วยเหลือจากภาครัฐ
(๒) ใช้เรื่องเงินสวัสดิการล่อใจ
(๓) ส่งลิงก์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูล
(๔) หลอกขอ OTP หรือข้อมูลธนาคาร
/จากตัวอย่าง...
- ๓ -
จากตัวอย่างภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ามิจฉาชีพมีการพัฒนาวิธีการหลอกลวงให้
แนบเนียน ซับซ้อน และเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ทั้งการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การสร้างเรื่องเร่งด่วนให้
เกิดความตกใจ หรือแม้แต่การใช้ความไว้ใจและความสงสารเป็นเครื่องมือในการหลอกเอาเงินและข้อมูลส่วนตัว
จากผู้เสียหายหลายครั้ง ความเสียหายอาจเริ่มต้นจากเพียง “การรีบเชื่อ” หรือ “การด่วนตัดสินใจโดยไม่ทัน
ตรวจสอบ” การรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ และการมีสติก่อนดําเนินการทุกครั้ง จึงเป็นเกราะป้องกันสําคัญที่
จะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจึงขอแนะนํา “คาถาป้องกันภัยไซเบอร์” หลักคิดง่าย ๆ ที่ประชาชน
ทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถจดจําและนําไปใช้ได้จริงในชีวิตประจําวัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลและ
ป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพออนไลน์ ภายใต้หลักสําคัญ ๓ คําสั้น ๆ คือ “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน”
“ไม่เชื่อ” อย่าหลงเชื่อทันที เมื่อมีผู้ติดต่อมาแจ้งข่าวที่ทําให้ตกใจ กลัว หรือดีใจเกินจริง ควรตรวจสอบ
ข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงทุกครั้ง
“ไม่รีบ” มิจฉาชีพมักสร้างสถานการณ์เร่งด่วนเพื่อไม่ให้มีเวลาคิด ควรตั้งสติ หยุดคิด และปรึกษาคนใน
ครอบครัวก่อนดําเนินการใด ๆ
“ไม่โอน” ไม่โอนเงินให้บุคคลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันตัวตน และไม่เปิดเผยข้อมูลสําคัญ เช่น รหัส OTP
เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลบัญชีธนาคารแก่ผู้อื่นเด็ดขาด
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมุ่งมั่นส่งเสริมความรู้ด้านการป้องกันภัยไซเบอร์แก่ประชาชน
เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล ลดความสูญเสียจากภัยออนไลน์ และร่วมสร้างสังคมไทยให้ปลอดภัย
จากอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่ควรได้รับการดูแลและเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าทัน
- ๔ -
บรรณานุกรม
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2567). คู่มือรับมือภัยไซเบอร์สําหรับผู้สูงอายุ. สืบค้นจาก
https://www.dop.go.th/th/news/1/5035
ธนาคารไทยพาณิชย์. (2567). ภัยหลอกลวงผู้สูงอายุที่ควรระวัง. สืบค้นจาก
https://www.scb.co.th/th/personal-banking/fraud-fighter/update-fraud/scams-elderly
ธัญพิชชา สามารถ. (2565). การตกเป็นเหยื่อทางไซเบอร์ของผู้สูงอายุ (วิทยานิพนธ์ปริญญา
มหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ. สืบค้นจาก
https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/6716
The Reporter. (2567). ภัยไซเบอร์กับผู้สูงอายุ: ทําไมผู้สูงวัยจึงตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ
ออนไลน์. สืบค้นจาก https://today.line.me/th/v3/article/XY8g5GZ
องค์การบริหารส่วนตําบลบุรีรัมย์. (2567). ประชาสัมพันธ์ภัยไซเบอร์และแนวทางป้องกันภัยออนไลน์.
สืบค้นจาก https://www.buriramlocal.go.th/public/list/data/detail/id/16291/menu/1554/page/1
เข้าชม 2 ครั้ง
messenger