ข่าวสารประกาศ
คู่มือเอาตัวรอดของวัยทํางาน บริหารความเสี่ยงแบบมืออาชีพ รู้ทันกลลวง ของอาชญากรทางไซเบอร์
พฤหัสบดี ที่ 16 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2569
คู่มือเอาตัวรอดของวัยทํางาน บริหารความเสี่ยงแบบมืออาชีพ รู้ทันกลลวง ของอาชญากรทางไซเบอร์
ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจําวัน
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ได้เข้ามาช่วยอํานวยความสะดวกในการขับเคลื่อน
ทางเศรษฐกิจและการดําเนินชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อความสะดวกสบาย
ทางดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือ อาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งมีวิวัฒนาการรูปแบบกลโกงที่ซับซ้อน
และยากต่อการตรวจจับ
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางออนไลน์ส่วนใหญ่ คือ กลุ่มเด็กและเยาวชน
ที่ยังขาดประสบการณ์ชีวิต หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่ตามไม่ทันเทคโนโลยีแต่จากสถิติของศูนย์รับแจ้งความออนไลน์
สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และรายงานสถานการณ์ภัยไซเบอร์ในประเทศไทย ปรากฏข้อเท็จจริงว่า
กลุ่มประชากรที่ตกเป็นเหยื่อและสร้างมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงที่สุด คือ กลุ่มคนวัยทํางาน
หรือวัยผู้ใหญ่ที่มีช่วงอายุระหว่าง ๓๐ ถึง ๔๔ ปี เป็นกลุ่มที่มีจํานวนผู้เสียหายมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงวัย
ที่มีรายได้และทรัพย์สินมั่นคง
คนวัยทํางาน คือ ฟันเฟืองชิ้นสําคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นผู้ที่มีรายได้ มีเงินเก็บ
มีเครดิตทางธุรกรรมและที่สําคัญที่สุดคือเป็นเสาหลักของครอบครัว การที่คนกลุ่มนี้ตกเป็นเป้าหมายหลัก
ของอาชญากรไซเบอร์จึงมิใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการที่มิจฉาชีพเล็งเห็นถึงผลประโยชน์มหาศาล
ที่สามารถดึงเอาไปจากเหยื่อกลุ่มนี้ได้ บทความนี้มุ่งวิเคราะห์เจาะลึกถึงภัยเงียบที่คุกคามคนวัยทํางาน
เหตุผลทางจิตวิทยาและสังคมที่ทําให้คนกลุ่มนี้เปราะบางที่สุด ตลอดจนถอดบทเรียนจากคดีที่เคยเกิดขึ้น จริง
ในประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างภูมิคุ้มกันและตระหนักรู้เท่าทันภัยไซเบอร์อย่างยั่งยืน
1. สาเหตุที่วัยทํางาน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่น่ากลัวและน่าเป็นห่วงที่สุดสามารถวิเคราะห์สาเหตุ
และปัจจัยความเสี่ยงได้ดังนี้
๑.1 มิติทางเศรษฐกิจ ที่เสียหายสูงที่สุดและอาจนําไปสู่สภาวะหนี้สินท่วมหัว
วัยเด็กอาจสูญเสียเพียงเงินค่าขนมหลักร้อยหรือหลักพัน ขณะที่วัยผู้สูงอายุอาจสูญเสียเงินเก็บ
ก้อนสุดท้าย แต่วัยทํางานมีความน่ากลัวที่แตกต่างออกไป เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่มีเครดิตทางการเงิน
สูงที่สุด มีวงเงินบัตรเครดิต มีแอปพลิเคชันธนาคารที่ผูกกับบัญชีเงินเดือน และมีความสามารถในการอนุมัติ
สินเชื่อ มิจฉาชีพยุคปัจจุบันจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การหลอกเอาเงินในบัญชีจนเหลือศูนย์บาท แต่จะใช้จิตวิทยา
บีบคั้น หรือล่อลวงให้เหยื่อ ไปกู้หนี้ยืมสินมาโอนเพิ่ม เช่น การหลอกให้ทําภารกิจหรือลงทุนเพิ่มเพื่อถอนเงิน
ก้อนเก่าออก เหยื่อวัยทํางานจํานวนมากจึงยอมรูดบัตรเครดิตจนเต็มวงเงิน นํารถยนต์เข้าไฟแนนซ์
หรือแม้กระทั่งนําโฉนดบ้านไปจํานอง ผลกระทบของกลุ่มวัยนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การหมดตัว แต่คือการติดลบ
และทําให้มีหนี้สินผูกพันระยะยาว
1.2 มิติทางสังคม ผลกระทบลูกโซ่ต่อผู้พึ่งพิง
คนวัยทํางาน คือ ประชากรกลุ่มที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของครอบครัว ซึ่งต้องรับผิดชอบ
ค่าใช้จ่ายของกลุ่มคนถึง ๓ ช่วงวัย ได้แก่ การเลี้ยงดูบุตร ซึ่งเป็นวัยเด็ก และการดูแลพ่อแม่ ซึ่งเป็นวัยสูงอายุ
รวมไปถึงค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าผ่อนที่อยู่อาศัย และค่าผ่อนรถยนต์ เมื่อเสาหลักของบ้านถูกมิจฉาชีพปล้น
เงินไปทางอากาศ ระบบการเงินของครอบครัวจะพังทลายลงทันที บุตรอาจจะต้องออกจากระบบการศึกษา
เนื่องจากผู้ปกครองไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม พ่อแม่ในวัยชราอาจจะขาดแคลนยารักษาโรค และทรัพย์สินที่สร้างมา
ด้วยน้ําพักน้ําแรงอาจถูกยึด ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนวัยทํางานเพียงแค่หนึ่งคน จึงส่งผลกระทบโดยตรง
ต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในครอบครัวหรือกลุ่มวัยอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
/1.3 มิติทางจิตวิทยา...
- ๒ -
1.3 มิติทางจิตวิทยากับดักเรื่องศักดิ์ศรีและความลับ
คนวัยทํางานมักมีความมั่นใจในตัวเองสูง เนื่องจากเชื่อว่าตนเองมีความรู้ความเข้าใจ
ในเทคโนโลยีและข่าวสารบ้านเมืองเป็นอย่างดี ความมั่นใจนี้บางครั้งทําให้ขาดความระมัดระวัง อีกทั้งเมื่อตก
เป็นเหยื่อแล้วสิ่งที่ตามมา คือ ความอับอายและกลัวเสียชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นกลัวเพื่อนร่วมงานดูถูก
กลัวผู้บังคับบัญชามองว่าขาดวุฒิภาวะอันอาจส่งผลต่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรือกลัวครอบครัว
ผิดหวังกับดักทางจิตวิทยานี้ทําให้เหยื่อวัยทํางานเลือกที่จะปิดบังความจริง และพยายามแก้ปัญหาเพียงลําพัง
ซึ่งเข้าทางของมิจฉาชีพ ที่มักจะใช้ความลับนี้ในการข่มขู่เพื่อเรียกร้องเอาเงินเพิ่ม หรือล่อลวงให้โอนเงินเพิ่ม
เพื่อเคลียร์คดี กว่าที่เหยื่อจะยอมเปิดเผยความจริงหรือเข้าแจ้งความ เงินก็ถูกโอนย้ายผ่านบัญชีม้าออกไป
นอกประเทศจนยากเกินจะเยียวยา
1.4 มิติทางวิถีชีวิต ความเร่งรีบ และความเหนื่อยล้า
วิถีชีวิตของคนทํางานในปัจจุบันเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเครียดจากการทํางาน
ในแต่ละวันต้องจัดการกับอีเมล ข้อความ และธุรกรรมจํานวนมาก มิจฉาชีพจึงอาศัยช่องว่างนี้ในการส่งลิงก์ปลอม
หรือโทรศัพท์เข้ามาหาเหยื่อในช่วงเวลาที่กําลังยุ่งล้นมือ หรือช่วงเวลาที่ร่างกายและสมองเกิดความเหนื่อยล้า
เช่น ช่วงบ่ายของการทํางานหรือช่วงค่ําหลังเลิกงาน ส่งผลให้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และคัดกรอง
หรือกลั่นกรองข้อมูลลดลงอย่างมาก
2. กลวิธี ที่อาชญากรทางไซเบอร์มักจะใช้เพื่อโจมตีคนวัยทํางาน
มิจฉาชีพมีการออกแบบสคริปต์และวิธีการหลอกลวงที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการ
ของคนวัยทํางานอย่างเป็นระบบ โดยมีรูปแบบที่พบบ่อยและสร้างความเสียหายรุนแรง ดังนี้
2.1 กลโกงแอปพลิเคชันดูดเงิน มิจฉาชีพจะส่งข้อความปลอม โดยอ้างว่าเป็นหน่วยงานของรัฐ
หรือองค์กรใหญ่ ชวนเชื่อเรื่องสิทธิประโยชน์หรือการตรวจสอบข้อมูล เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกดลิงก์และติดตั้ง
ไฟล์แปลกปลอม โทรศัพท์มือถือจะถูกควบคุมจากระยะไกลโดยมิจฉาชีพ หลังจากนั้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือ
จะขึ้นแสดงผลว่า โทรศัพท์มือถือกําลังอัปเดตห้ามปิดเครื่องเด็ดขาด ระหว่างนั้น มิจฉาชีพจะเจาะรหัสเข้าไปใน
บัญชีธนาคารบนมือถือของเหยื่อ และโอนเงินออกไปจนหมดสิ้น
๒.2 แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย การโทรศัพท์สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่
กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ สํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แจ้งว่าบัญชีธนาคารของเหยื่อพัวพัน
กับการฟอกเงินหรือยาเสพติด โดยเน้นที่การข่มขู่ให้เกิดความกลัวและบังคับให้โอนเงินมาตรวจสอบ
2.3 หลอกลงทุนและทํางานออนไลน์การหลอกให้ทําภารกิจเสริม เช่น ถูกใจบทความ รีวิวสินค้า
หรือการหลอกให้รักแล้วชวนลงทุนในแอปพลิเคชันเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลปลอม โดยใช้ผลตอบแทนสูง
ในช่วงแรกเป็นเหยื่อล่อ เพื่อให้เหยื่อหลงกลและลงทุนเพิ่มเป็นจํานวนมากก่อนที่จะปิดช่องทางการติดต่อไป
2.4 ภัยแบล็กเมล์ทางเพศและการขู่กรรโชกทรัพย์การใช้โปรไฟล์ปลอมเข้ามาตีสนิทเชิงชู้สาว
นําไปสู่การวิดีโอคอลแบบลับเฉพาะ จากนั้นแอบบันทึกภาพและวิดีโอมาข่มขู่กรรโชกทรัพย์เหยื่อ
เพื่อแลกเปลี่ยนเงินกับการที่จะไม่ส่งคลิปไปให้คนในที่ทํางานหรือคนในครอบครัวของเหยื่อ
2.5 เพจซื้อสินค้าและบริการท่องเที่ยวปลอม การสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมเลียนแบบโรงแรมหรู
แล้วลงโฆษณาลดราคาสูง ภายในช่วงระยะเวลาที่จํากัดเพื่อกดดันให้เหยื่อ รีบทําการจองหรือโอนเงินมัดจํา
/3. เหตุการณ์...
- ๓ -
3. เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของมิจฉาชีพและมูลค่า
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงกับกลุ่มวัยทํางาน ดังนี้
เหตุการณ์ที่ ๑ มหันตภัยแอปพลิเคชันดูดเงินสายการบินชื่อดัง
เหยื่อซึ่งเป็นนักธุรกิจและคนทํางานกลุ่มหนึ่ง ได้รับข้อความ แอบอ้าง ชื่อสายการบินแห่งหนึ่ง
ที่มีเนื้อหาแจ้งว่า เหยื่อ ได้รับมอบตั๋วเครื่องบินฟรีเนื่องในโอกาสพิเศษ โดยให้กดลิงก์เพื่อดาวน์โหลด
แอปพลิเคชันมาลงทะเบียนรับสิทธิ์โดย เมื่อเหยื่อกดลิงก์ ระบบจะหลอกให้ติดตั้งไฟล์ที่สามารถควบคุมหน้าจอ
โทรศัพท์มือถือจากระยะไกลได้หน้าจอโทรศัพท์ของเหยื่อจะเกิดอาการค้างหรือขึ้นข้อความว่า กําลังอัปเดตระบบ
ห้ามปิดเครื่อง ในระหว่างนั้น มิจฉาชีพได้ทําการเจาะรหัสเข้าแอปพลิเคชันธนาคารและโอนเงินออกจากบัญชี
จนหมดเกลี้ยง1
เหตุการณ์ที่ ๒ แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ข่มขู่ข้าราชการและบุคลากรทางการแพทย์
มิจฉาชีพโทรศัพท์หาแพทย์หญิงและข้าราชการระดับสูงรายหนึ่ง แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์
แจ้งว่า พบกล่องพัสดุตกค้าง ที่ภายในบรรจุพาสปอร์ตปลอมและสมุดบัญชีธนาคารผิดกฎหมาย โดย คนร้าย
ส่งภาพหมายจับปลอมที่มีชื่อและนามสกุลจริงของเหยื่อ มาให้ดูทางแอปพลิเคชันไลน์ พร้อมข่มขู่ว่า
หากต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เหยื่อ จะต้องโอนเงินจากทุกบัญชีที่มีมารวมกันไว้ที่บัญชีกลางของเจ้าหน้าที่
ด้วยความตระหนกตกใจและกลัวกระทบต่อตําแหน่งหน้าที่การงาน เหยื่อจึงยินยอมโอนเงินไปรวมกว่า ๒๐ ครั้ง
รวมมูลค่ากว่า ๖๐ ล้านบาท2
เหตุการณ์ที่ ๓ คดีหลอกลวงลงทุนฟาร์มเห็ด
บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งได้ทําการโฆษณาผ่านสื่อมวลชนและผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เชิญชวนผู้ที่มีเงิน
เก็บมาร่วมลงทุนในโครงการเกษตรกรรมยุคใหม่ เช่น การปลูกเห็ดนางฟ้า การเลี้ยงผึ้ง และการปลูกกัญชา
โดยที่ผู้ลงทุนไม่จําเป็นต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือลงแรงเอง เนื่องจากมีทีมงานบริหารจัดการให้ทั้งหมด
ขบวนการนี้สัญญาว่าจะให้เงินปันผลที่สูง ในช่วงแรกเหยื่อได้รับเงินปันผลจริงตามกําหนด ทําให้หลงเชื่อ
จึงนําเงินเก็บทั้งหมดที่มีไปลงทุนเพิ่ม พร้อมทั้งชักชวนคนรู้จักมาร่วมลงทุนด้วย สุดท้ายเมื่อระดมทุน
ได้จํานวนมาก บริษัทก็ได้ประกาศปิดตัวและทีมผู้บริหารได้เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปมูลค่า
ความเสียหายที่เกิดจากคดีนี้รวมแล้วมากกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท 3
เหตุการณ์ที่ ๔ ขบวนการหลอกให้รักแล้วชวนลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล
ผู้หญิงวัย ๔๐ ปี ได้รับข้อความทักทาย จากนักธุรกิจชาวต่างชาติผ่านทางแอปพลิเคชันหาคู่
โดยได้ใช้เวลาพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ห่วงใยในชีวิตประจําวันนานนับเดือน จนเกิดความไว้วางใจและพัฒนา
ความสัมพันธ์เป็นความรักออนไลน์ เมื่อผู้หญิงคนดังกล่าว เริ่มปักใจเชื่อ คนร้ายได้ชักชวนให้ลงทุน
ในแพลตฟอร์มการเทรดเหรียญดิจิทัล ปลอมที่คนร้ายสร้างขึ้น โดยอ้างว่า เป็นช่องทางสร้างความมั่นคง
เพื่อสร้างอนาคตและเตรียมพร้อมสําหรับใช้ในการแต่งงานร่วมกัน เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปลงทุนเพิ่มทีละน้อย
และเห็นตัวเลขกําไรพุ่งสูงขึ้นบนหน้าจอ จึงยอมนําเงินเก็บทั้งหมดรวมถึงการนําบ้านและรถยนต์ไปจํานอง
เพื่อหาเงินมาเติมในระบบสุดท้ายเมื่อต้องการถอนเงิน ระบบแจ้งว่าต้องจ่ายภาษีเพิ่ม และคนร้ายได้ปิดช่อง
ทางการติดต่อหนีไป4
/เหตุการณ์ที่ 5...
1
ข้อมูลจาก กองบัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กรณีจับกุมเครือข่าย
แอปพลิเคชันดูดเงินแอบอ้าง สายการบิน เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๖
2
ข้อมูลจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
3
ข้อมูลจาก ศาลอาญา คดีหมายเลขแดง ที่ อ.๓๘๕๗/๒๕๖๖ พิพากษาเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖
4
ข้อมูลจาก กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสมาคมธนาคารไทย
ได้เปิดเผยรายละเอียดคดีนี้เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยรูปแบบกลโกงแบบหลอกให้อ้วนแล้วเชือดเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖
- ๔ -
เหตุการณ์ที่ ๕ ขบวนการขู่กรรโชกทรัพย์พนักงานออฟฟิศและวิศวกร
มิจฉาชีพ ใช้บัญชีผู้ใช้ปลอม เป็นหญิงสาวหน้าตาดี ส่งข้อความเข้ามาเพื่อพูดคุยในเชิงชู้สาว
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มสนิทสนม คนร้ายได้ชวนเปิดกล้องวิดีโอคอลเพื่อทํากิจกรรมทางเพศออนไลน์ โดยคนร้าย
ได้ทําการบันทึกหน้าจอ ที่เห็นใบหน้าของเหยื่อและพฤติกรรมส่วนตัวอย่างชัดเจน จากนั้นได้เปลี่ยนท่าที
เป็นข่มขู่ทันที โดย ยื่นคําขาดว่าถ้าหากไม่โอนเงินให้จะส่งคลิปดังกล่าว ไปให้ภรรยาและบริษัทของเหยื่อ
ดูข้อมูลจากแหล่งข่าวของกองบัญชาการสอบสวนกลาง เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ ยืนยันสถิติ
คดีกรรโชกทรัพย์ในลักษณะนี้ว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มของคนวัยทํางานที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
แต่ยังขาดความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
4. มาตรการป้องกันและแนวทางการแก้ไขปัญหา
การรับมือกับภัยไซเบอร์สําหรับคนวัยทํางานหรือวัยผู้ใหญ่ จําเป็นต้องใช้มาตรการ สร้างภูมิคุ้มกัน
ทางดิจิทัล ผสานเข้ากับการบังคับใช้กลยุทธ์เตือนใจเพื่อระงับและยับยั้งพฤติกรรมที่มีความเสี่ยง
โดยแนวทาง ที่มีประสิทธิภาพสูงมากที่สุด คือ การบังคับใช้คาถาป้องกันภัย ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน ซึ่งถือเป็น
เกราะป้องกันด่านแรกที่สั้น กระชับ และสามารถตัดวงจรอัตโนมัติทางจิตวิทยาที่มิจฉาชีพพยายามสร้างขึ้น
ได้อย่างทันที
ไม่เชื่อ คือ การวางรากฐานทางความคิดที่ไม่เชื่อหรือไม่ไว้วางใจสิ่งใดในโลกออนไลน์เอาไว้ก่อน
ไม่ว่าจะเป็นสายโทรศัพท์ลึกลับ ข้อความ ลิงก์แนบ หรือโปรไฟล์คนหน้าตาดี ให้ตระหนักเสมอว่าหน่วยงานรัฐ
และสถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีนโยบายการติดต่อประชาชนผ่านทางข้อความโทรศัพท์มือถือ
เพื่อให้กดลิงก์ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน และไม่มีนโยบายการให้โอนเงินมาตรวจสอบ ในทุกกรณี
ไม่รีบ เนื่องจาก มิจฉาชีพเกลียดการรอคอยและการมีสติของเหยื่อ ทุกวิธีการของคนร้าย
มักจะถูกออกแบบมา ให้เหยื่อเกิดความตื่นตระหนกและเร่งรัดให้ทําธุรกรรมในทันที ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตาม
ที่รู้สึกว่ากําลังถูกเร่งรัด ให้ใช้วิธีการ ตัดบท วางสายชั่วคราว เพื่อขอเวลาหายใจและทบทวนข้อมูลอีกครั้ง
โดยที่การหยุดคิดจะช่วยให้สมองส่วนหน้ากลับมาทํางานอย่างมีเหตุผลอีกครั้ง
ไม่โอน คือ กฎเหล็กข้อสุดท้ายและสําคัญที่สุด เนื่องจาก เป็นการรักษาอํานาจการควบคุมเงิน
ไว้ในมือของตนเอง ตราบใดที่เงินยังอยู่ในบัญชีธนาคาร มิจฉาชีพ จะไม่สามารถทําอันตรายใดๆ ต่อตัวเราได้
โดยที่จะต้องห้ามโอนเงิน ห้ามบอกรหัสผ่าน ห้ามบอกรหัสพิน ๖ หลักให้กับผู้อื่นเด็ดขาด
จึงสรุปได้ว่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ในยุคปัจจุบันมิใช่เพียงแค่ปัญหาภัยส่วนบุคคลอีกต่อไป
แต่ได้ยกระดับขึ้นเป็น ภัยความมั่นคงระดับชาติที่ทําลายเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและโครงสร้างสถาบัน
ครอบครัวอย่างรุนแรง จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ชัดเจนว่า กลุ่มคนวัยทํางานหรือวัยผู้ใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ต้อง
เผชิญหน้ากับความน่ากลัวและความอันตรายจากภัยเงียบนี้มากที่สุด เนื่องจาก เป็นมนุษย์กลุ่มเดียวในสังคม
ที่มีแรงขับเคลื่อนทางทรัพย์สิน มีเครดิตทางการเงิน และแบกรับภาระความกดดัน ในฐานะเสาหลัก
ของครอบครัวเอาไว้ มิจฉาชีพจึงพุ่งเป้าโจมตีไปที่จุดอ่อนทางจิตวิทยา ทั้งความโลภ ความกลัว และความอาย
เพื่อสั่นคลอนสติสัมปชัญญะของคนวัยนี้
การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน จึงต้องอาศัยกลไกการร่วมมือกันของสังคมทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ
ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดย การกระจายองค์ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ให้เข้าถึงประชาชน
ในทุกชุมชน และสิ่งที่สําคัญที่สุด คือ การเปลี่ยนผ่านจาก ความตื่นตระหนก ไปสู่ ความตระหนักรู้ โดยที่คนวัย
ทํางานทุกคนจําเป็นต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่า ในโลกดิจิทัลที่ทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง การหยุดคิดและหยั่งราก
อยู่บนความไม่ประมาทผ่านคาถา “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” จะเป็นเกราะกําบังทางไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
ในการปกป้องเงินทอง หน้าที่การงาน และความสุขของคนที่เรารักหรือคนในครอบครัวให้รอดพ้นจากอาชญากร
ทางไซเบอร์ได้อย่างปลอดภัยอย่างแท้จริง
- ๕ -
บรรณานุกรม
ไทยรัฐออนไลน์. (2566). อ้างไลอ้อนแอร์ หลอกดูดเงินในบัญชี ทําลิงก์ปลอมให้กด เหยื่อสูญกว่า 150
ล้านบาท. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/news/crime/2650801
ข่าวสดออนไลน์. (2566). ตร.ไซเบอร์ แจงอ้างเป็นจนท.ไทยไลอ้อนแอร์ หลอกกดลิ้งก์ดูดเงิน-แจกตั๋ว
ฟรี เสียหาย 150 ล้าน. สืบค้นจาก https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_7756291
เดลินิวส์. (2566). จับผัวเมียรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้ตุ๋น 'หมอ-นักธุรกิจ' สูญ 143
ล้าน. สืบค้นจาก https://www.dailynews.co.th/news/2229100/
สํานักข่าวอิศรา. (2565). แฉกลโกงคอลเซ็นเตอร์อ้าง DSI หลอกแพทย์หญิงโอนเงินอ้างพัวพันคดีฟอก
เงิน สูญนับ 100 ล้าน.สืบค้นจาก https://www.isranews.org/article/isranews-short-news/107851-
isranews-354.html
มติชนออนไลน์. (2566). ศาลสั่งคุก 5,585 ปี 5 จําเลย คดีฟาร์มเห็ด Turtle Farm ชดใช้เหยื่อ 1.1
พันคน กว่า 614 ล้าน. สืบค้นจาก https://www.matichon.co.th/local/news_4342328
Thai PBS News. (2566). ปิดฉากแชร์ลูกโซ่ฟาร์มเห็ด ศาลสั่งคุกกรรมการ-พวก สั่งคืนเงินผู้เสียหาย.
สืบค้นจาก https://www.thaipbs.or.th/news/content/335124
กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.).
(2566). เตือนภัย Hybrid Scam (Pig Butchering) โรแมนซ์สแคมรูปแบบใหม่ หลอกรักชวนลงทุนคริปโทฯ.
สืบค้นจาก https://tcsd.go.th/hybrid-scam-warning
กองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB). (2567). ภัยเงียบคนทํางาน ตํารวจสอบสวนกลางเตือนภัย
Sextortion วิดีโอคอลแบล็กเมล์ ขู่ประจานที่ทํางาน. สืบค้นจาก https://cib.go.th/news/sextortion-
cyber-blackmail
ฐานเศรษฐกิจ. (2566). สถิติพุ่ง! มิจฉาชีพใช้ร่างอวตารสาวสวย ลวงวิศวกร-หนุ่มออฟฟิศอัดคลิป
Cybersex ขู่รีดเงิน. สืบค้นจาก https://www.thansettakij.com/technology/technology/581240
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) | Thai Health Promotion Foundation
(ThaiHealth).(2568).สถิติชี้ชัด คนวัย 30-44 ปี โดนตกทรัพย์จากอาชญากรรมไซเบอร์พุ่งสูงมากที่สุด.
สืบค้นจาก https://resourcecenter.thaihealth.or.th/content/5731-content-
ไทยรัฐ Money. (2566). สมาคมธนาคารไทย ร่วมมือตํารวจไซเบอร์ แถลงกลโกง "หลอกให้อ้วนแล้ว
เชือด" เสียหายจํานองบ้าน-รถเทรดเหรียญปลอม.
สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ/2741105
ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจําวัน
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ได้เข้ามาช่วยอํานวยความสะดวกในการขับเคลื่อน
ทางเศรษฐกิจและการดําเนินชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อความสะดวกสบาย
ทางดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือ อาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งมีวิวัฒนาการรูปแบบกลโกงที่ซับซ้อน
และยากต่อการตรวจจับ
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางออนไลน์ส่วนใหญ่ คือ กลุ่มเด็กและเยาวชน
ที่ยังขาดประสบการณ์ชีวิต หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่ตามไม่ทันเทคโนโลยีแต่จากสถิติของศูนย์รับแจ้งความออนไลน์
สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และรายงานสถานการณ์ภัยไซเบอร์ในประเทศไทย ปรากฏข้อเท็จจริงว่า
กลุ่มประชากรที่ตกเป็นเหยื่อและสร้างมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงที่สุด คือ กลุ่มคนวัยทํางาน
หรือวัยผู้ใหญ่ที่มีช่วงอายุระหว่าง ๓๐ ถึง ๔๔ ปี เป็นกลุ่มที่มีจํานวนผู้เสียหายมากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงวัย
ที่มีรายได้และทรัพย์สินมั่นคง
คนวัยทํางาน คือ ฟันเฟืองชิ้นสําคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นผู้ที่มีรายได้ มีเงินเก็บ
มีเครดิตทางธุรกรรมและที่สําคัญที่สุดคือเป็นเสาหลักของครอบครัว การที่คนกลุ่มนี้ตกเป็นเป้าหมายหลัก
ของอาชญากรไซเบอร์จึงมิใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการที่มิจฉาชีพเล็งเห็นถึงผลประโยชน์มหาศาล
ที่สามารถดึงเอาไปจากเหยื่อกลุ่มนี้ได้ บทความนี้มุ่งวิเคราะห์เจาะลึกถึงภัยเงียบที่คุกคามคนวัยทํางาน
เหตุผลทางจิตวิทยาและสังคมที่ทําให้คนกลุ่มนี้เปราะบางที่สุด ตลอดจนถอดบทเรียนจากคดีที่เคยเกิดขึ้น จริง
ในประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างภูมิคุ้มกันและตระหนักรู้เท่าทันภัยไซเบอร์อย่างยั่งยืน
1. สาเหตุที่วัยทํางาน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่น่ากลัวและน่าเป็นห่วงที่สุดสามารถวิเคราะห์สาเหตุ
และปัจจัยความเสี่ยงได้ดังนี้
๑.1 มิติทางเศรษฐกิจ ที่เสียหายสูงที่สุดและอาจนําไปสู่สภาวะหนี้สินท่วมหัว
วัยเด็กอาจสูญเสียเพียงเงินค่าขนมหลักร้อยหรือหลักพัน ขณะที่วัยผู้สูงอายุอาจสูญเสียเงินเก็บ
ก้อนสุดท้าย แต่วัยทํางานมีความน่ากลัวที่แตกต่างออกไป เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่มีเครดิตทางการเงิน
สูงที่สุด มีวงเงินบัตรเครดิต มีแอปพลิเคชันธนาคารที่ผูกกับบัญชีเงินเดือน และมีความสามารถในการอนุมัติ
สินเชื่อ มิจฉาชีพยุคปัจจุบันจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การหลอกเอาเงินในบัญชีจนเหลือศูนย์บาท แต่จะใช้จิตวิทยา
บีบคั้น หรือล่อลวงให้เหยื่อ ไปกู้หนี้ยืมสินมาโอนเพิ่ม เช่น การหลอกให้ทําภารกิจหรือลงทุนเพิ่มเพื่อถอนเงิน
ก้อนเก่าออก เหยื่อวัยทํางานจํานวนมากจึงยอมรูดบัตรเครดิตจนเต็มวงเงิน นํารถยนต์เข้าไฟแนนซ์
หรือแม้กระทั่งนําโฉนดบ้านไปจํานอง ผลกระทบของกลุ่มวัยนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การหมดตัว แต่คือการติดลบ
และทําให้มีหนี้สินผูกพันระยะยาว
1.2 มิติทางสังคม ผลกระทบลูกโซ่ต่อผู้พึ่งพิง
คนวัยทํางาน คือ ประชากรกลุ่มที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของครอบครัว ซึ่งต้องรับผิดชอบ
ค่าใช้จ่ายของกลุ่มคนถึง ๓ ช่วงวัย ได้แก่ การเลี้ยงดูบุตร ซึ่งเป็นวัยเด็ก และการดูแลพ่อแม่ ซึ่งเป็นวัยสูงอายุ
รวมไปถึงค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าผ่อนที่อยู่อาศัย และค่าผ่อนรถยนต์ เมื่อเสาหลักของบ้านถูกมิจฉาชีพปล้น
เงินไปทางอากาศ ระบบการเงินของครอบครัวจะพังทลายลงทันที บุตรอาจจะต้องออกจากระบบการศึกษา
เนื่องจากผู้ปกครองไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม พ่อแม่ในวัยชราอาจจะขาดแคลนยารักษาโรค และทรัพย์สินที่สร้างมา
ด้วยน้ําพักน้ําแรงอาจถูกยึด ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนวัยทํางานเพียงแค่หนึ่งคน จึงส่งผลกระทบโดยตรง
ต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในครอบครัวหรือกลุ่มวัยอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
/1.3 มิติทางจิตวิทยา...
- ๒ -
1.3 มิติทางจิตวิทยากับดักเรื่องศักดิ์ศรีและความลับ
คนวัยทํางานมักมีความมั่นใจในตัวเองสูง เนื่องจากเชื่อว่าตนเองมีความรู้ความเข้าใจ
ในเทคโนโลยีและข่าวสารบ้านเมืองเป็นอย่างดี ความมั่นใจนี้บางครั้งทําให้ขาดความระมัดระวัง อีกทั้งเมื่อตก
เป็นเหยื่อแล้วสิ่งที่ตามมา คือ ความอับอายและกลัวเสียชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นกลัวเพื่อนร่วมงานดูถูก
กลัวผู้บังคับบัญชามองว่าขาดวุฒิภาวะอันอาจส่งผลต่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรือกลัวครอบครัว
ผิดหวังกับดักทางจิตวิทยานี้ทําให้เหยื่อวัยทํางานเลือกที่จะปิดบังความจริง และพยายามแก้ปัญหาเพียงลําพัง
ซึ่งเข้าทางของมิจฉาชีพ ที่มักจะใช้ความลับนี้ในการข่มขู่เพื่อเรียกร้องเอาเงินเพิ่ม หรือล่อลวงให้โอนเงินเพิ่ม
เพื่อเคลียร์คดี กว่าที่เหยื่อจะยอมเปิดเผยความจริงหรือเข้าแจ้งความ เงินก็ถูกโอนย้ายผ่านบัญชีม้าออกไป
นอกประเทศจนยากเกินจะเยียวยา
1.4 มิติทางวิถีชีวิต ความเร่งรีบ และความเหนื่อยล้า
วิถีชีวิตของคนทํางานในปัจจุบันเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเครียดจากการทํางาน
ในแต่ละวันต้องจัดการกับอีเมล ข้อความ และธุรกรรมจํานวนมาก มิจฉาชีพจึงอาศัยช่องว่างนี้ในการส่งลิงก์ปลอม
หรือโทรศัพท์เข้ามาหาเหยื่อในช่วงเวลาที่กําลังยุ่งล้นมือ หรือช่วงเวลาที่ร่างกายและสมองเกิดความเหนื่อยล้า
เช่น ช่วงบ่ายของการทํางานหรือช่วงค่ําหลังเลิกงาน ส่งผลให้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และคัดกรอง
หรือกลั่นกรองข้อมูลลดลงอย่างมาก
2. กลวิธี ที่อาชญากรทางไซเบอร์มักจะใช้เพื่อโจมตีคนวัยทํางาน
มิจฉาชีพมีการออกแบบสคริปต์และวิธีการหลอกลวงที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการ
ของคนวัยทํางานอย่างเป็นระบบ โดยมีรูปแบบที่พบบ่อยและสร้างความเสียหายรุนแรง ดังนี้
2.1 กลโกงแอปพลิเคชันดูดเงิน มิจฉาชีพจะส่งข้อความปลอม โดยอ้างว่าเป็นหน่วยงานของรัฐ
หรือองค์กรใหญ่ ชวนเชื่อเรื่องสิทธิประโยชน์หรือการตรวจสอบข้อมูล เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกดลิงก์และติดตั้ง
ไฟล์แปลกปลอม โทรศัพท์มือถือจะถูกควบคุมจากระยะไกลโดยมิจฉาชีพ หลังจากนั้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือ
จะขึ้นแสดงผลว่า โทรศัพท์มือถือกําลังอัปเดตห้ามปิดเครื่องเด็ดขาด ระหว่างนั้น มิจฉาชีพจะเจาะรหัสเข้าไปใน
บัญชีธนาคารบนมือถือของเหยื่อ และโอนเงินออกไปจนหมดสิ้น
๒.2 แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย การโทรศัพท์สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่
กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ สํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แจ้งว่าบัญชีธนาคารของเหยื่อพัวพัน
กับการฟอกเงินหรือยาเสพติด โดยเน้นที่การข่มขู่ให้เกิดความกลัวและบังคับให้โอนเงินมาตรวจสอบ
2.3 หลอกลงทุนและทํางานออนไลน์การหลอกให้ทําภารกิจเสริม เช่น ถูกใจบทความ รีวิวสินค้า
หรือการหลอกให้รักแล้วชวนลงทุนในแอปพลิเคชันเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลปลอม โดยใช้ผลตอบแทนสูง
ในช่วงแรกเป็นเหยื่อล่อ เพื่อให้เหยื่อหลงกลและลงทุนเพิ่มเป็นจํานวนมากก่อนที่จะปิดช่องทางการติดต่อไป
2.4 ภัยแบล็กเมล์ทางเพศและการขู่กรรโชกทรัพย์การใช้โปรไฟล์ปลอมเข้ามาตีสนิทเชิงชู้สาว
นําไปสู่การวิดีโอคอลแบบลับเฉพาะ จากนั้นแอบบันทึกภาพและวิดีโอมาข่มขู่กรรโชกทรัพย์เหยื่อ
เพื่อแลกเปลี่ยนเงินกับการที่จะไม่ส่งคลิปไปให้คนในที่ทํางานหรือคนในครอบครัวของเหยื่อ
2.5 เพจซื้อสินค้าและบริการท่องเที่ยวปลอม การสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมเลียนแบบโรงแรมหรู
แล้วลงโฆษณาลดราคาสูง ภายในช่วงระยะเวลาที่จํากัดเพื่อกดดันให้เหยื่อ รีบทําการจองหรือโอนเงินมัดจํา
/3. เหตุการณ์...
- ๓ -
3. เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของมิจฉาชีพและมูลค่า
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงกับกลุ่มวัยทํางาน ดังนี้
เหตุการณ์ที่ ๑ มหันตภัยแอปพลิเคชันดูดเงินสายการบินชื่อดัง
เหยื่อซึ่งเป็นนักธุรกิจและคนทํางานกลุ่มหนึ่ง ได้รับข้อความ แอบอ้าง ชื่อสายการบินแห่งหนึ่ง
ที่มีเนื้อหาแจ้งว่า เหยื่อ ได้รับมอบตั๋วเครื่องบินฟรีเนื่องในโอกาสพิเศษ โดยให้กดลิงก์เพื่อดาวน์โหลด
แอปพลิเคชันมาลงทะเบียนรับสิทธิ์โดย เมื่อเหยื่อกดลิงก์ ระบบจะหลอกให้ติดตั้งไฟล์ที่สามารถควบคุมหน้าจอ
โทรศัพท์มือถือจากระยะไกลได้หน้าจอโทรศัพท์ของเหยื่อจะเกิดอาการค้างหรือขึ้นข้อความว่า กําลังอัปเดตระบบ
ห้ามปิดเครื่อง ในระหว่างนั้น มิจฉาชีพได้ทําการเจาะรหัสเข้าแอปพลิเคชันธนาคารและโอนเงินออกจากบัญชี
จนหมดเกลี้ยง1
เหตุการณ์ที่ ๒ แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ข่มขู่ข้าราชการและบุคลากรทางการแพทย์
มิจฉาชีพโทรศัพท์หาแพทย์หญิงและข้าราชการระดับสูงรายหนึ่ง แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์
แจ้งว่า พบกล่องพัสดุตกค้าง ที่ภายในบรรจุพาสปอร์ตปลอมและสมุดบัญชีธนาคารผิดกฎหมาย โดย คนร้าย
ส่งภาพหมายจับปลอมที่มีชื่อและนามสกุลจริงของเหยื่อ มาให้ดูทางแอปพลิเคชันไลน์ พร้อมข่มขู่ว่า
หากต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เหยื่อ จะต้องโอนเงินจากทุกบัญชีที่มีมารวมกันไว้ที่บัญชีกลางของเจ้าหน้าที่
ด้วยความตระหนกตกใจและกลัวกระทบต่อตําแหน่งหน้าที่การงาน เหยื่อจึงยินยอมโอนเงินไปรวมกว่า ๒๐ ครั้ง
รวมมูลค่ากว่า ๖๐ ล้านบาท2
เหตุการณ์ที่ ๓ คดีหลอกลวงลงทุนฟาร์มเห็ด
บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งได้ทําการโฆษณาผ่านสื่อมวลชนและผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เชิญชวนผู้ที่มีเงิน
เก็บมาร่วมลงทุนในโครงการเกษตรกรรมยุคใหม่ เช่น การปลูกเห็ดนางฟ้า การเลี้ยงผึ้ง และการปลูกกัญชา
โดยที่ผู้ลงทุนไม่จําเป็นต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือลงแรงเอง เนื่องจากมีทีมงานบริหารจัดการให้ทั้งหมด
ขบวนการนี้สัญญาว่าจะให้เงินปันผลที่สูง ในช่วงแรกเหยื่อได้รับเงินปันผลจริงตามกําหนด ทําให้หลงเชื่อ
จึงนําเงินเก็บทั้งหมดที่มีไปลงทุนเพิ่ม พร้อมทั้งชักชวนคนรู้จักมาร่วมลงทุนด้วย สุดท้ายเมื่อระดมทุน
ได้จํานวนมาก บริษัทก็ได้ประกาศปิดตัวและทีมผู้บริหารได้เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปมูลค่า
ความเสียหายที่เกิดจากคดีนี้รวมแล้วมากกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท 3
เหตุการณ์ที่ ๔ ขบวนการหลอกให้รักแล้วชวนลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล
ผู้หญิงวัย ๔๐ ปี ได้รับข้อความทักทาย จากนักธุรกิจชาวต่างชาติผ่านทางแอปพลิเคชันหาคู่
โดยได้ใช้เวลาพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ห่วงใยในชีวิตประจําวันนานนับเดือน จนเกิดความไว้วางใจและพัฒนา
ความสัมพันธ์เป็นความรักออนไลน์ เมื่อผู้หญิงคนดังกล่าว เริ่มปักใจเชื่อ คนร้ายได้ชักชวนให้ลงทุน
ในแพลตฟอร์มการเทรดเหรียญดิจิทัล ปลอมที่คนร้ายสร้างขึ้น โดยอ้างว่า เป็นช่องทางสร้างความมั่นคง
เพื่อสร้างอนาคตและเตรียมพร้อมสําหรับใช้ในการแต่งงานร่วมกัน เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปลงทุนเพิ่มทีละน้อย
และเห็นตัวเลขกําไรพุ่งสูงขึ้นบนหน้าจอ จึงยอมนําเงินเก็บทั้งหมดรวมถึงการนําบ้านและรถยนต์ไปจํานอง
เพื่อหาเงินมาเติมในระบบสุดท้ายเมื่อต้องการถอนเงิน ระบบแจ้งว่าต้องจ่ายภาษีเพิ่ม และคนร้ายได้ปิดช่อง
ทางการติดต่อหนีไป4
/เหตุการณ์ที่ 5...
1
ข้อมูลจาก กองบัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กรณีจับกุมเครือข่าย
แอปพลิเคชันดูดเงินแอบอ้าง สายการบิน เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๖
2
ข้อมูลจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
3
ข้อมูลจาก ศาลอาญา คดีหมายเลขแดง ที่ อ.๓๘๕๗/๒๕๖๖ พิพากษาเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖
4
ข้อมูลจาก กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสมาคมธนาคารไทย
ได้เปิดเผยรายละเอียดคดีนี้เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยรูปแบบกลโกงแบบหลอกให้อ้วนแล้วเชือดเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖
- ๔ -
เหตุการณ์ที่ ๕ ขบวนการขู่กรรโชกทรัพย์พนักงานออฟฟิศและวิศวกร
มิจฉาชีพ ใช้บัญชีผู้ใช้ปลอม เป็นหญิงสาวหน้าตาดี ส่งข้อความเข้ามาเพื่อพูดคุยในเชิงชู้สาว
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มสนิทสนม คนร้ายได้ชวนเปิดกล้องวิดีโอคอลเพื่อทํากิจกรรมทางเพศออนไลน์ โดยคนร้าย
ได้ทําการบันทึกหน้าจอ ที่เห็นใบหน้าของเหยื่อและพฤติกรรมส่วนตัวอย่างชัดเจน จากนั้นได้เปลี่ยนท่าที
เป็นข่มขู่ทันที โดย ยื่นคําขาดว่าถ้าหากไม่โอนเงินให้จะส่งคลิปดังกล่าว ไปให้ภรรยาและบริษัทของเหยื่อ
ดูข้อมูลจากแหล่งข่าวของกองบัญชาการสอบสวนกลาง เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ ยืนยันสถิติ
คดีกรรโชกทรัพย์ในลักษณะนี้ว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มของคนวัยทํางานที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
แต่ยังขาดความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
4. มาตรการป้องกันและแนวทางการแก้ไขปัญหา
การรับมือกับภัยไซเบอร์สําหรับคนวัยทํางานหรือวัยผู้ใหญ่ จําเป็นต้องใช้มาตรการ สร้างภูมิคุ้มกัน
ทางดิจิทัล ผสานเข้ากับการบังคับใช้กลยุทธ์เตือนใจเพื่อระงับและยับยั้งพฤติกรรมที่มีความเสี่ยง
โดยแนวทาง ที่มีประสิทธิภาพสูงมากที่สุด คือ การบังคับใช้คาถาป้องกันภัย ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน ซึ่งถือเป็น
เกราะป้องกันด่านแรกที่สั้น กระชับ และสามารถตัดวงจรอัตโนมัติทางจิตวิทยาที่มิจฉาชีพพยายามสร้างขึ้น
ได้อย่างทันที
ไม่เชื่อ คือ การวางรากฐานทางความคิดที่ไม่เชื่อหรือไม่ไว้วางใจสิ่งใดในโลกออนไลน์เอาไว้ก่อน
ไม่ว่าจะเป็นสายโทรศัพท์ลึกลับ ข้อความ ลิงก์แนบ หรือโปรไฟล์คนหน้าตาดี ให้ตระหนักเสมอว่าหน่วยงานรัฐ
และสถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีนโยบายการติดต่อประชาชนผ่านทางข้อความโทรศัพท์มือถือ
เพื่อให้กดลิงก์ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน และไม่มีนโยบายการให้โอนเงินมาตรวจสอบ ในทุกกรณี
ไม่รีบ เนื่องจาก มิจฉาชีพเกลียดการรอคอยและการมีสติของเหยื่อ ทุกวิธีการของคนร้าย
มักจะถูกออกแบบมา ให้เหยื่อเกิดความตื่นตระหนกและเร่งรัดให้ทําธุรกรรมในทันที ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตาม
ที่รู้สึกว่ากําลังถูกเร่งรัด ให้ใช้วิธีการ ตัดบท วางสายชั่วคราว เพื่อขอเวลาหายใจและทบทวนข้อมูลอีกครั้ง
โดยที่การหยุดคิดจะช่วยให้สมองส่วนหน้ากลับมาทํางานอย่างมีเหตุผลอีกครั้ง
ไม่โอน คือ กฎเหล็กข้อสุดท้ายและสําคัญที่สุด เนื่องจาก เป็นการรักษาอํานาจการควบคุมเงิน
ไว้ในมือของตนเอง ตราบใดที่เงินยังอยู่ในบัญชีธนาคาร มิจฉาชีพ จะไม่สามารถทําอันตรายใดๆ ต่อตัวเราได้
โดยที่จะต้องห้ามโอนเงิน ห้ามบอกรหัสผ่าน ห้ามบอกรหัสพิน ๖ หลักให้กับผู้อื่นเด็ดขาด
จึงสรุปได้ว่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ในยุคปัจจุบันมิใช่เพียงแค่ปัญหาภัยส่วนบุคคลอีกต่อไป
แต่ได้ยกระดับขึ้นเป็น ภัยความมั่นคงระดับชาติที่ทําลายเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและโครงสร้างสถาบัน
ครอบครัวอย่างรุนแรง จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ชัดเจนว่า กลุ่มคนวัยทํางานหรือวัยผู้ใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ต้อง
เผชิญหน้ากับความน่ากลัวและความอันตรายจากภัยเงียบนี้มากที่สุด เนื่องจาก เป็นมนุษย์กลุ่มเดียวในสังคม
ที่มีแรงขับเคลื่อนทางทรัพย์สิน มีเครดิตทางการเงิน และแบกรับภาระความกดดัน ในฐานะเสาหลัก
ของครอบครัวเอาไว้ มิจฉาชีพจึงพุ่งเป้าโจมตีไปที่จุดอ่อนทางจิตวิทยา ทั้งความโลภ ความกลัว และความอาย
เพื่อสั่นคลอนสติสัมปชัญญะของคนวัยนี้
การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน จึงต้องอาศัยกลไกการร่วมมือกันของสังคมทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ
ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดย การกระจายองค์ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ให้เข้าถึงประชาชน
ในทุกชุมชน และสิ่งที่สําคัญที่สุด คือ การเปลี่ยนผ่านจาก ความตื่นตระหนก ไปสู่ ความตระหนักรู้ โดยที่คนวัย
ทํางานทุกคนจําเป็นต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่า ในโลกดิจิทัลที่ทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง การหยุดคิดและหยั่งราก
อยู่บนความไม่ประมาทผ่านคาถา “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” จะเป็นเกราะกําบังทางไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
ในการปกป้องเงินทอง หน้าที่การงาน และความสุขของคนที่เรารักหรือคนในครอบครัวให้รอดพ้นจากอาชญากร
ทางไซเบอร์ได้อย่างปลอดภัยอย่างแท้จริง
- ๕ -
บรรณานุกรม
ไทยรัฐออนไลน์. (2566). อ้างไลอ้อนแอร์ หลอกดูดเงินในบัญชี ทําลิงก์ปลอมให้กด เหยื่อสูญกว่า 150
ล้านบาท. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/news/crime/2650801
ข่าวสดออนไลน์. (2566). ตร.ไซเบอร์ แจงอ้างเป็นจนท.ไทยไลอ้อนแอร์ หลอกกดลิ้งก์ดูดเงิน-แจกตั๋ว
ฟรี เสียหาย 150 ล้าน. สืบค้นจาก https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_7756291
เดลินิวส์. (2566). จับผัวเมียรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้ตุ๋น 'หมอ-นักธุรกิจ' สูญ 143
ล้าน. สืบค้นจาก https://www.dailynews.co.th/news/2229100/
สํานักข่าวอิศรา. (2565). แฉกลโกงคอลเซ็นเตอร์อ้าง DSI หลอกแพทย์หญิงโอนเงินอ้างพัวพันคดีฟอก
เงิน สูญนับ 100 ล้าน.สืบค้นจาก https://www.isranews.org/article/isranews-short-news/107851-
isranews-354.html
มติชนออนไลน์. (2566). ศาลสั่งคุก 5,585 ปี 5 จําเลย คดีฟาร์มเห็ด Turtle Farm ชดใช้เหยื่อ 1.1
พันคน กว่า 614 ล้าน. สืบค้นจาก https://www.matichon.co.th/local/news_4342328
Thai PBS News. (2566). ปิดฉากแชร์ลูกโซ่ฟาร์มเห็ด ศาลสั่งคุกกรรมการ-พวก สั่งคืนเงินผู้เสียหาย.
สืบค้นจาก https://www.thaipbs.or.th/news/content/335124
กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.).
(2566). เตือนภัย Hybrid Scam (Pig Butchering) โรแมนซ์สแคมรูปแบบใหม่ หลอกรักชวนลงทุนคริปโทฯ.
สืบค้นจาก https://tcsd.go.th/hybrid-scam-warning
กองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB). (2567). ภัยเงียบคนทํางาน ตํารวจสอบสวนกลางเตือนภัย
Sextortion วิดีโอคอลแบล็กเมล์ ขู่ประจานที่ทํางาน. สืบค้นจาก https://cib.go.th/news/sextortion-
cyber-blackmail
ฐานเศรษฐกิจ. (2566). สถิติพุ่ง! มิจฉาชีพใช้ร่างอวตารสาวสวย ลวงวิศวกร-หนุ่มออฟฟิศอัดคลิป
Cybersex ขู่รีดเงิน. สืบค้นจาก https://www.thansettakij.com/technology/technology/581240
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) | Thai Health Promotion Foundation
(ThaiHealth).(2568).สถิติชี้ชัด คนวัย 30-44 ปี โดนตกทรัพย์จากอาชญากรรมไซเบอร์พุ่งสูงมากที่สุด.
สืบค้นจาก https://resourcecenter.thaihealth.or.th/content/5731-content-
ไทยรัฐ Money. (2566). สมาคมธนาคารไทย ร่วมมือตํารวจไซเบอร์ แถลงกลโกง "หลอกให้อ้วนแล้ว
เชือด" เสียหายจํานองบ้าน-รถเทรดเหรียญปลอม.
สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ/2741105
เข้าชม 1 ครั้ง
