ข่าวสารประกาศ

ภัยไซเบอร์ใกล้ตัววัยเริ่มทํางาน: รู้ทันกลโกง สังเกตให้เป็น ป้องกันได้
พฤหัสบดี ที่ 16 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2569
ภัยไซเบอร์ใกล้ตัววัยเริ่มทํางาน: รู้ทันกลโกง สังเกตให้เป็น ป้องกันได้
ในยุคที่การทําธุรกรรมทางการเงินและการสื่อสารเกิดขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก กลุ่มวัยเริ่ม
ทํางาน ซึ่งมีอายุระหว่าง 22 – ๒๙ ปี ถือหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่มีความเสี่ยงสูงต่อการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
ออนไลน์ เนื่องจากกลุ่มนี้มีทั้งรายได้ประจํา บัญชีธนาคาร และความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีที่ทําให้เชื่อมั่น
ในการทําธุรกรรมออนไลน์มากจนเกินไป จากข้อมูลของสํานักงานตํารวจแห่งชาติและสํานักงานพัฒนาธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ พบว่ามูลค่าความเสียหายจากภัยไซเบอร์ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี
บทความนี้จึงมุ่งนําเสนอความรู้เชิงปฏิบัติเพื่อให้ผู้อ่านสามารถรับมือกับภัยได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
๑. รูปแบบการหลอกลวงที่วัยเริ่มทํางานมักตกเป็นเหยื่อ มิจฉาชีพออนไลน์มีการพัฒนารูปแบบ
การหลอกลวงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย รูปแบบที่พบบ่อยในกลุ่มวัย
เริ่มทํางาน มีดังต่อไปนี้
๑.1 การหลอกลวงผ่านงานออนไลน์รายได้ดี
มิจฉาชีพจะใช้โฆษณาชักชวนให้ทํางานออนไลน์ที่มีลักษณะเรียบง่าย เช่น การกดไลก์โพสต์
การรีวิวสินค้าหรือการกดซื้อสินค้าเพื่อรับค่าตอบแทน โดยอ้างว่าสามารถทําได้จากที่บ้าน และมีรายได้
500 - 2,000 บาทต่อวัน กระบวนการหลอกลวงมักดําเนินการดังนี้เริ่มต้นให้เหยื่อทํางานและได้รับเงิน
ในระยะแรก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หลังจากนั้นมักจะให้เหยื่อโอนเงินค้ําประกันหรือทําออเดอร์และรอเงินคืน
โดยอ้างว่าจะโอนคืนในภายหลัง ท้ายสุดเมื่อเหยื่อโอนเงินก้อนใหญ่มิจฉาชีพจะหายตัวไปโดยไม่สามารถติดต่อได้
๑.2 การโจมตีแบบฟิชชิ่ง
ฟิชชิ่งเป็นการส่งอีเมลหรือข้อความแจ้งเตือนปลอมที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ
เช่น ธนาคารหรือบริษัทขนส่งพัสดุ เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือรหัสผ่าน นอกจากนี้มิจฉาชีพ
ยังสร้างเว็บไซต์ปลอมที่ใช้ในการหลอกลวงมักออกแบบให้มีหน้าตาคล้ายกับเว็บจริง จึงจําเป็นที่จะต้องตรวจสอบ
ลิงก์URL อย่างละเอียดทุกครั้ง รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่ อีเมลแจ้งเตือนว่าบัญชีธนาคารจะถูกระงับ พร้อมลิงก์
ให้ยืนยันตัวตน ข้อความแจ้งเตือนมีเนื้อหาว่ามีพัสดุรอรับ ให้กดลิ้งก์เพื่อชําระค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับ
และอีเมลที่อ้างว่ามีเงินคืนภาษีมักจะให้กรอกข้อมูลบัญชีธนาคารเพื่อรับเงิน
๑.3 การแอบอ้างเป็นบุคคลที่รู้จัก
มิจฉาชีพจะเจาะเข้าบัญชี LINE หรือ Facebook ของบุคคลที่เหยื่อรู้จัก จากนั้นส่งข้อความ
ขอยืมเงินโดยอ้างเหตุฉุกเฉิน วัยเริ่มทํางานมักตกเป็นเหยื่อของรูปแบบนี้เนื่องจากความไว้วางใจที่มีต่อบุคคลที่รู้จัก
และไม่ต้องการเสียน้ําใจด้วยการให้ยืมเงินโดยขาดการไตร่ตรองและพิจารณาอย่างรอบคอบ
๑.4 การหลอกลวงด้านการลงทุน
มิจฉาชีพมักจะชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หุ้น หรือสินทรัพย์อื่นๆ โดยสัญญาว่า
จะได้รับผลตอบแทนสูงผิดปกติ เช่น 20 – 30% ต่อเดือน กลโกงประเภทนี้มีความซับซ้อนสูงขึ้น โดยสร้าง
แอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ปลอมที่มีหน้าแดชบอร์ดแสดงผลกําไรที่สมจริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในระยะแรก
ก่อนที่เหยื่อจะโอนเงินก้อนใหญ่
๑.5 การหลอกลวงทางอารมณ์
มิจฉาชีพมักจะสร้างโปรไฟล์ปลอมของบุคคลที่มีรูปลักษณ์ดีในแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์
หรือในแอปพลิเคชันหาคู่ จากนั้นสร้างความสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นระยะเวลาประมาณ 1 - 3 เดือน
ก่อนจะขอให้โอนเงินด้วยเหตุผลต่างๆ หรือชักชวนให้ลงทุนร่วมกัน กลุ่มวัยเริ่มทํางานที่ต้องการสร้าง
ความสัมพันธ์ใหม่มักตกเป็นเป้าหมายของกลโกงประเภทนี้
/2. ข้อสังเกต...
- 2 -
๒. ข้อสังเกตและสัญญาณเตือนภัย
การรู้จักสังเกตสัญญาณเตือนเป็นหลักสําคัญในการป้องกันตนเองจากภัยไซเบอร์ข้อสังเกตที่ควรระวัง
มีดังต่อไปนี้
๒.1 การสร้างความเร่งด่วน
มิจฉาชีพมักใช้กลยุทธ์กดดันให้เหยื่อตัดสินใจอย่างรวดเร็ว โดยใช้ภาษาที่แสดงความเร่งด่วน
เช่น ด่วนมาก หมดเวลาภายใน 24 ชั่วโมง หรือโอกาสสุดท้าย วัตถุประสงค์หลักคือการป้องกันไม่ให้เหยื่อ
มีเวลาคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ
๒.2 ผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ
ข้อเสนอใดก็ตามที่สัญญาผลตอบแทนสูงกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสําคัญ ควรได้รับการ
พิจารณาอย่างระมัดระวัง โดยอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ประมาณ 1 – 2% ต่อปี และกองทุนรวม
ส่วนใหญ่มักให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10 – 15% ต่อปี ดังนั้นข้อเสนอที่อ้างผลตอบแทน 20% ขึ้นไปต่อเดือน
จึงเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่ามีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ
๒.3 ลิงก์และที่อยู่เว็บไซต์ที่ผิดปกติ
เว็บไซต์ปลอมมักใช้ชื่อโดเมนที่คล้ายกับเว็บจริงแต่มีความแตกต่างเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น
เว็บไซต์จริงของกรมคือ www.dla.go.th ในทางกลับกันเว็บไซต์ปลอมที่อาจพบเห็นจะมีลักษณะดังนี้
www.dla.go.th-secure.com โดยมีการใส่คําว่า -secure เพิ่มเติมทําให้น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ผู้ใช้งาน
ควรตรวจสอบลิงก์ URL อย่างละเอียดทุกครั้งก่อนกรอกข้อมูล
๒.4 การขอข้อมูลที่เป็นความลับ
สถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐที่ถูกกฎหมายจะไม่มีการขอรหัสผ่าน หมายเลข PIN
รหัส OTP หรือข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนผ่านทางโทรศัพท์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หรือข้อความแจ้งเตือน
การร้องขอข้อมูลเหล่านี้ผ่านช่องทางดังกล่าวถือเป็นข้อความจากมิจฉาชีพที่ชัดเจน
๒.5 โปรไฟล์ออนไลน์ที่ผิดสังเกต
บัญชีออนไลน์ที่มีรูปโปรไฟล์สวยงามเกินจริง มีจํานวนเพื่อนหรือผู้ติดตามน้อยมีประวัติ
การโพสต์น้อย หรือเพิ่งสร้างบัญชีใหม่ ควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมและพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเป็น
มิจฉาชีพหรือไม่
๓. แนวทางการป้องกันตนเองจากภัยไซเบอร์
การป้องกันภัยไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยทั้งความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติ
อย่างสม่ําเสมอ แนวทางที่แนะนํามีดังต่อไปนี้
๓.1 เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน
การยืนยันตัวตนสองขั้นตอนเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่กําหนดให้ผู้ใช้ต้องยืนยัน
ตัวตนด้วยวิธีสองวิธีที่แตกต่างกัน เช่น รหัสผ่านร่วมกับรหัส OTP จาก Application บนโทรศัพท์มือถือ
แม้มิจฉาชีพจะทราบรหัสผ่าน แต่ไม่สามารถเข้าถึงบัญชีได้หากไม่มีโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชี
๓.2 การจัดการรหัสผ่านอย่างปลอดภัย
การจัดการรหัสผ่านที่ดีเป็นพื้นฐานสําคัญของความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยมีหลักการ
ดังต่อไปนี้ใช้รหัสผ่านที่มีความยาวอย่างน้อย 12 ตัวอักษร ประกอบด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก ตัวเลข
และอักขระพิเศษ ไม่ใช้รหัสผ่านเดิมซ้ํากันในหลายแพลตฟอร์ม และไม่ใช้ข้อมูลส่วนตัวที่คาดเดาได้ง่าย
เช่น วันเกิด ชื่อ หรือหมายเลขโทรศัพท์
/3.3 การตรวจสอบ...
- 3 -
๓.3 การตรวจสอบก่อนคลิกลิงก์
ก่อนกดลิงก์ที่ได้รับทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ข้อความแจ้งเตือน หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
ควรตั้งคําถามดังต่อไปนี้
(๑) ตรวจสอบว่าเราได้สมัครใช้บริการหรือสั่งซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับข้อความนี้หรือไม่
และลิงก์ URL ปลายทางตรงกับลิงก์ของหน่วยงานจริงหรือไม่
(๒) กรณีตรวจสอบตามข้อ (๑) แล้วยังไม่ชัดเจนให้เปิดเว็บเบราว์เซอร์และพิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์
โดยตรงแทนการกดลิงก์
๓.4 การอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ําเสมอ
การอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นการปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่อาจถูกมิจฉาชีพนําไปใช้โจมตี
ระบบ แนะนําให้ตั้งค่าการอัปเดตอัตโนมัติสําหรับระบบปฏิบัติการ แอปพลิเคชันธนาคาร และซอฟต์แวร์
ที่ใช้งานประจํา
๓.5 การตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินก่อนดําเนินการ
เมื่อได้รับคําขอให้โอนเงินหรือดําเนินธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่รู้จักหรือ
หน่วยงานใดก็ตาม ควรดําเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
(๑) ติดต่อผู้ส่งข้อความโดยตรงผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ทราบอยู่แล้ว ไม่ใช่หมายเลขที่ระบุ
ในข้อความ
(๒) ในกรณีที่เป็นธุรกรรมกับสถาบันการเงิน ให้ติดต่อสอบถามโดยตรงผ่านหมายเลขที่ระบุ
ไว้ด้านหลังบัตรเดบิตหรือเครดิต และสําหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง ควรพิจารณาดําเนินการที่สาขาธนาคารโดยตรง
๓.6 ความระมัดระวังในการใช้เครือข่ายสาธารณะ
เครือข่าย Wi-Fi สาธารณะมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกดักจับข้อมูล ควรหลีกเลี่ยงการทํา
ธุรกรรมทางการเงินหรือการกรอกข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนบนเครือข่ายดังกล่าว หากจําเป็นต้องใช้เครือข่าย
สาธารณะ ควรเปลี่ยนไปใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือแทน
โดยสรุป ภัยไซเบอร์เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การป้องกันตนเองอย่างมี
ประสิทธิภาพต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการหลอกลวง ความสามารถในการสังเกตสัญญาณเตือน
และการปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างสม่ําเสมอ วัยเริ่มทํางานควรตระหนักว่า การหยุดคิด
วิเคราะห์ก่อนดําเนินการทางดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เป็นกลยุทธ์ที่มี
ประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันภัยไซเบอร์ การรู้เท่าทันมิจฉาชีพเป็นทักษะที่ทุกคนสามารถพัฒนาได้
และการแบ่งปันความรู้ดังกล่าวให้แก่คนรอบข้าง จะช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากภัยไซเบอร์ในสังคมโดยรวม
ได้อย่างยั่งยืน คาถาป้องกันมิจฉาชีพยุคดิจิทัลที่ดีที่สุดคือ “ไม่เชื่อ – ไม่รีบ – ไม่โอน” การไม่เชื่อ คือการพิจารณา
อย่างถี่ถ้วนก่อนกระทําการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แม้จะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐขู่ว่ามีพัวพันคดี หรือแจ้งว่าได้รับสิทธิพิเศษ
การไม่รีบ มักมาพร้อมความกลัวและความโลภ ให้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่ากดลิงก์หรือโอนเงิน
ในทันทีการไม่โอน คือการตรวจสอบชื่อบัญชีปลายทางทุกครั้ง และปฏิเสธการโอนเงินให้บัญชีบุคคลธรรมดา
ในการซื้อสินค้าหรือติดต่อราชการ การตรวจสอบให้มั่นใจคือการโทรกลับไปสอบถามหน่วยงานต้นสังกัด
ด้วยเบอร์ทางการ หรือติดต่อสถานีตํารวจใกล้บ้าน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันภัยหลอกลวงทางออนไลน์อย่างยั่งยืน
และมีประสิทธิภาพ
- 4 -
บรรณานุกรม
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2569). รู้ทันกลโกงมิจฉาชีพ ป้องกันภัยไซเบอร์ เริ่มต้นที่ตัวเรา:
รูปแบบมิจฉาชีพที่พบบ่อยตามช่วงวัย พร้อมแนวทางการป้องกันภัย. เผยแพร่โดยเทศบาลตําบลหลุบ. สืบค้น
จาก https://www.lub.go.th/news-6-5-2569-1/
กองบัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.). (2566). ศูนย์
ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.). สํานักงานตํารวจแห่งชาติ. สืบค้นจาก
https://thaipoliceonline.com
ไทยพีบีเอส. (2567, 29 กรกฎาคม). เผยสถิติอาชญากรรมไซเบอร์ ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นหญิงวัย
ทํางาน. สืบค้นจาก https://www.thaipbs.or.th/news/content/342472
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2566). อัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์.
สืบค้นจาก https://www.bot.or.th/th/statistics/interest-rate.html
สํานักงานตํารวจแห่งชาติ. (2566, 9 กรกฎาคม). หลอกลงทุนระบาดหนัก! ตร. เตือนต้องมีสติ "ไม่เชื่อ
ไม่รีบ ไม่โอน". อินโฟเควสท์. สืบค้นจาก https://www.infoquest.co.th/2023/316436
สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม. (2568, 26 ธันวาคม). 5 กลโกงมิจฉาชีพยอดฮิต และวิธีป้องกัน.
กรมประชาสัมพันธ์. สืบค้นจาhttps://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/459323
เดลินิวส์. (2568, 31 พฤษภาคม). อย่าโอนก่อนเด็ดขาด! ระวัง 6 กลโกงยอดฮิตจากมิจฉาชีพออนไลน์.
สืบค้นจาก https://www.dailynews.co.th/news/4765954/
เข้าชม 1 ครั้ง
messenger